เมื่อธุรกิจเติบโต กระบวนการที่เคยพึ่งพาคนเพียงไม่กี่คนอาจเริ่มซับซ้อนขึ้น การตรวจสอบภายในช่วยประเมินว่าการควบคุมและวิธีทำงานที่มีอยู่ยังเหมาะสมกับความเสี่ยงหรือไม่ พร้อมสื่อสารข้อสังเกตให้ฝ่ายบริหารนำไปตัดสินใจ
การตรวจสอบภายในต่างจากการตรวจสอบบัญชีอย่างไร
การตรวจสอบบัญชีมุ่งตรวจสอบข้อมูลทางการเงินตามวัตถุประสงค์ของงานนั้น ส่วนการตรวจสอบภายในมักครอบคลุมกระบวนการปฏิบัติงาน การควบคุม ความเสี่ยง และการปฏิบัติตามแนวทางขององค์กร ขอบเขตจึงขึ้นอยู่กับประเด็นที่ฝ่ายบริหารต้องการให้ความสำคัญ
ประโยชน์ที่ธุรกิจนำไปใช้ได้
- มองเห็นขั้นตอนที่มีความเสี่ยงหรือพึ่งพาบุคคลมากเกินไป
- ตรวจพบการแบ่งหน้าที่หรือการอนุมัติที่ยังไม่ชัดเจน
- ช่วยจัดลำดับข้อเสนอแนะตามผลกระทบและความเร่งด่วน
- สร้างข้อมูลให้ฝ่ายบริหารติดตามการแก้ไขได้เป็นระบบ
ควรเริ่มตรวจสอบกระบวนการใดก่อน
เลือกจากความเสี่ยงและความสำคัญต่อธุรกิจ ไม่จำเป็นต้องตรวจทุกกระบวนการพร้อมกัน จุดเริ่มที่พบบ่อยคือกระบวนการที่มีมูลค่ารายการสูง มีการเปลี่ยนระบบ มีข้อผิดพลาดซ้ำ หรือเกี่ยวข้องกับหลายฝ่าย
- รายได้และการรับชำระ
- จัดซื้อและการจ่ายชำระ
- สินค้าคงเหลือและคลังสินค้า
- เงินเดือนและข้อมูลพนักงาน
- สิทธิ์เข้าถึงระบบและการสำรองข้อมูล
ขอบเขตงานที่ดีควรตอบคำถามอะไร
- ต้องการประเมินความเสี่ยงหรือผลลัพธ์ด้านใด
- หน่วยงาน ช่วงเวลา และระบบใดอยู่ในขอบเขต
- หลักฐานหรือข้อมูลใดพร้อมให้ตรวจสอบ
- ใครเป็นผู้รับผิดชอบแผนปรับปรุงและติดตามผล
ผลลัพธ์ที่ควรคาดหวัง
รายงานที่มีประโยชน์ควรอธิบายข้อสังเกต ผลกระทบ สาเหตุ และข้อเสนอแนะอย่างชัดเจน พร้อมให้ฝ่ายที่เกี่ยวข้องได้ชี้แจงข้อเท็จจริง เป้าหมายคือช่วยให้องค์กรปรับปรุงได้จริง ไม่ใช่เพิ่มเอกสารโดยไม่จำเป็น
บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำเฉพาะกรณี ขอบเขตและเอกสารที่ใช้จริงขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์และข้อเท็จจริงของแต่ละงาน
ต้องการพูดคุยเกี่ยวกับงานตรวจสอบ?
ติดต่อ Zenith Audit